ดีเอโก้ มาราโดน่า พระเจ้าและปิศาจในร่างเดียว (ตอนที่ 1)

ความสามารถของ ดีเอโก้ มาราโดน่า ถูกจับตามองมาตั้งแต่วัยเด็ก ช่วงที่เขาอายุ 16 ปี เป็นช่วงที่ลงเล่นให้กับอาร์เจนติโนส จูเนียร์ส ทีมในลีก อาร์เจนติน่า

เดียโก มาราโดนา

ดีเอโก้ มาราโดน่า สุดยอดตำนานของ อาร์เจนติน่า เขาทำผลงานได้โดดเด่นเกินวัย ทั้งยิงทั้งจ่าย โดยตำแหน่งในการเล่นของเขา โดยหลักแล้วจะเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกหรือไม่ก็ลงเล่นเป็นกองหน้าตัวต่ำแม้ว่าเขาจะมีส่วนสูงเพียง 165 ซม. ก็ตามจนมีเสียงเรียกร้องให้เขาควรจะติดทีมชาติไปเล่นฟุตบอลโลก 1978 แต่ครั้งนั้นเมน็อตติ กุนซือทีมชาติคงมองว่ายังไม่ถึงเวลา

4 ปีต่อมา มาราโดน่า ติดทีมไปเล่นฟุตบอลโลกที่อิตาลีเขาทำสองประตูในเกมกับฮังการี ช่วยให้ทีมชนะ 4-1 ในเกมนั้นเขาเล่นได้ยอดเยี่ยมจนพาทีมผ่านรอบแรกไปได้แต่รอบต่อมาเส้นทางของเขาก็หยุดลงเพียงเท่านี้เมื่อต้องพบกับบราซิลที่นำทัพโดยซิโก้ บราซิลนำก่อนถึง 3-0 หลังจากนั้นมาราโดน่าโดนไล่ออกจากสนามปิดฉากเส้นทางบนฟุตบอลโลกของเขาไว้เพียงเท่านี้แต่ผลงานของเขาทำให้ยักษ์ใหญ่ในยุโรปอย่าง บาร์เซโลน่า ทุ่มเงินคว้าตัวไปร่วมทีม

ที่บาร์ซ่า เขาเล่นได้ดีในระดับหนึ่งแต่ยังไม่ถึงจุดที่ผู้คนคาดหวังในรายการใหญ่ ความสำเร็จเดียวที่เขาช่วยให้ทีมได้รับ คือแชมป์โคปา เดล เรย์ ในปี 1983 สิ่งที่ผู้คนจำได้มากที่สุดกับมาราโดน่าในสีเสื้อเลือดหมูของบาร์ซ่าคงเป็นเหตุการณ์หลังจบเกมนัดชิงโคปา เดล เรย์ ปี 1984 (บาร์ซ่าแพ้ 0-1) ที่เขาเปิดสงครามไล่กระทืบกับผู้เล่นบิลเบา เป็นเหตุการณ์ที่ชุลมุนวุ่นวายเหล่าผู้เล่นรวมถึงสตาฟฟ์ โค้ชต่างวิ่งลงมาในสนาม บ้างก็คอยห้ามศึกบ้างก็วิ่งไล่ต่อยตีกับฝั่งตรงข้าม หลังเสร็จสิ้นสงครามในครั้งนั้นมาราโดน่าถูกแบนห้ามลงเล่น 3 เดือน เมื่อผลออกมาเป็นแบบนี้บวกกับข้อเสนอก้อนโตที่เข้ามาจากนาโปลี ทีมในกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ที่ต้องการดึงตัวเขาไปร่วมทีม ทำให้เขาตัดสินใจย้ายไปเล่นที่นั่น

ในช่วงแรก ๆ ที่เขาเพิ่งมาร่วมทีมนาโปลีเป็นเพียงทีมกลางตารางค่อนไปทางล่างเลยด้วยซ้ำแต่มาราโดน่าก็ทำผลงานได้ดี เขาเป็นดาวซัลโวของทีมในฤดูกาลแรกและช่วยให้ทีมจบฤดูกาลในบอลลีกในอันดับที่ 8

ฤดูกาลต่อมา จากทีมกลางตารางได้เริ่มเปลี่ยนรูปแบบการเล่นนาโปลีเป็นทีมที่เล่นฟุตบอลได้ตื่นเต้นเร้าใจ ทั้งที่ลีกกัลโช่ในตอนนั้นเป็นลีกที่เน้นเกมรับล้วน ๆ แต่ดูเหมือนว่ามาราโดน่าจะเพิ่มแรงกระตุ้นและทำให้ทุกคนในทีมกลายเป็นผู้เล่นที่เก่งขึ้นกว่าปกติ เมื่อจบฤดูกาล เขายังคงเป็นดาวซัลโวของทีมเหมือนเดิมแต่สิ่งที่พิเศษมากขึ้นคือ นาโปลีก้าวกระโดดขึ้นมาอยู่ที่
อันดับ 3 หลังเสร็จสิ้นฤดูกาล มาราโดน่า ในวัย 25 ปี ถูกเรียกไปติดทีมชาติอาร์เจนติน่า ชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 1986 และในครั้งนี้เขาไปรับใช้ชาติในฐานะกัปตันทีม

ติดตามตอนต่อไป

แฟนบอลทุกท่านสามารถติดตาม ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล จากเพจพวกเราได้ เพียงแค่ ติดตาม กดไลค์ กดแชร์ เพจพวกเราไว้ เท่านี้ก็จะไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ จากเพจของพวกเราอย่างแน่นอน