สืบตำนานลูกหนัง! ดิเอโก้ มาราโดน่า คือยอดดาวยิงอีกคนหลังจากที่หมดยุคของ เปเล่

เสือเตี้ย ดิเอโก้ มาราโดน่า คือยอดดาวยิงอีกคนหลังจากที่หมดยุคของเปเล่เเล้วก็ถือว่าเป็นยุคทองของศูนย์หน้าร่างเล็กผู้นี้ ที่สามารพาอาร์เจนติน่าได้คว้าเเชมป์โลก

ดีเอโก้ มาราโดน่า คือแข้งที่ได้สร้างตำนานมากมายให้โลกเเห่งฟุตบอลจดจำเขาทั้งในเรื่องของ “หัตถ์พระเจ้า” อันลือลั่น เเละเเม้เเต่ความประพฤติที่เเสนจะเเปลกของตัวเขาเอง

ดีเอโก้ มาราโดน่า

มาราโดน่า เกิดเมื่อปี ค.ศ.1960 ที่ กรุงบัวโนสไอเรส ในอาร์เจนติน่าโดยครอบครัวของเขานั้นยากจนเเต่ตัวเขาเองก็รักในกีฬาฟุตบอลมาตั้งเเต่ยังเด็กๆ เเละเริ่มเข้าร่วมทีมเยาวชนของ Estrella Roja ในปี 1968 ก่อนที่จะย้ายมาร่วมทีมเยาวชนของ Los Cebollitas ในปี 1970 เเละ Argentinos Juniors ในปี 1975

หลังจากนั้นเพียงเเค่ปีเดียวเขาก็สามารถเลื่อนชั้นเป็นผู้เล่นตัวจริงของอาเจนติโนส จูเนียร์ จนได้ เเละการลงเล่นมากกว่า 166 เเมทช์เเละยิงประตูไปถึง 116 ประตูเลยทีเดียว หลังจากนั้นในฤดูกาล 1981 เขาย้ายมาร่วมทีม โบคา จูเนียร์ เเละประสบความสำเร็จอย่างมาก ก่อนยอดทีมเเห่งลาลีกาอย่าง บาร์เซโลน่า จะคว้าตัวเขามาร่วมทีมได้สำเร็จในฤดูกาล 1982 เเต่อยู่เพียงได้เเค่ 2 ปี เขาก็ย้ายมาร่วมเล่นในกัลโช่เซเรียอาของอิตาลีกับ นาโปลี ถึง 7 ฤดูกาล

ก่อนที่จะย้ายไปเล่นให้กับ Sevilla ในฤดูกาล 1992 พอมาถึงในฤดูกาล 1993 ก็ย้ายมาร่วมทีม Newell’s Old Boys เเละในฤดูกาล 1995 ก็ย้ายกลับมาร่วมทีมโบคาจูเนียร์ ก่อนจะเเขวนสตั๊คที่นี่
หลังจากนั้นเขาก็รับงานเป็นผู้จัดการทีมเเละเคยคุมทีมชาติอาร์เจนติน่าช่วงปี 2008–2010 อีกด้วย

เสือเตี้ย นับว่าเป็นศูนย์หน้าที่มีความคล่องเเคล่วเป็นอย่างมากเเละสามารถยิงประตูได้ทุกจังหวะ เเถมมีเเทคติดสูงอย่างมากเลยที่เดียวตามสไตล์ฟุตบอลอเมริกาใต้ฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของมาราโดน่า 1994

ฟุตบอลโลกปี 1994 ที่ประเทศอเมริกา มาราโดน่าเล่นได้เพียง 2 นัดเท่านั้นเขาตรวจพบสารกระตุ้น และถูกส่งกลับบ้านทันที่ฟีฟ่าตัดสินให้เขาห้ามเล่นฟุตบอลนาน 15 เดือน มาราโดน่ากล่าวว่าการลงโทษเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการตัดขาของเขาหลังจากที่พ้นโทษแบนเขาก็ไปเล่นให้ เซวิญ่า ในสเปน 1 ปี ก็กลับไปเล่นในบ้านเกิดกับ นีเวลโอส์บอย และ ปิดท้ายด้วยการย้ายกลับบ้านเก่าอย่าง โบคา จูเนี้ย ก็ที่จะประกาศเลิกเล่นในปี 1997 มาราโดน่าเคยมีความพยายามเป็นผู้จัดการทีมแต่ไม่ประสบความสำเร็จ

หลังจากนั้นมาราโดน่า มีปัญหาเรื่องการติดโดเคน และเข้ารักษาตัวหลายครั้งน้ำหนักตัวที่มากของเขาทำให้เขามีปัญหาเรื่องสุขภาพอย่างมากถึงแม้ว่าในชีวิตจริงมาราโดน่าดูไม่ดีนัก แต่ถ้ากล่าวถึงการเล่นฟุตบอลของเขาเขาคือเทพเจ้าของชาวอาร์เจนติน่าของโลกและเป็นนักฟุตบอลที่คนอาร์ติน่ากับนาโปลีรักมากที่สุดตลอดกาล?.ปัจจุบันมาราโดน่าได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแมวมองในอาเจนติน่าของสโมสรอินเตอร์มิลานและกำลังเป็นตัวเต็งที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นกุนซือทีมชาติอาเจนติน่าลุยศึกบอลโลก 2010 อีกด้วย

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

เสือเตี้ย! ‘มาราโดน่า’ แข้งที่ได้รับฉายา ‘หัตย์พรเจ้า’

ดีเอโก้ มาราโดน่า แข้งตำนานระดับโลกแห่ง อาเจนติน่า ผู้ที่สร้างทุกสถิติของวงการฟุตบอล นามเขาเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก เสือเตี้ย เขาเป็นแข้งที่แข้งร่วมอาชีพให้การยอมรับตำนานรายนี้ว่าเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลก

ดีเอโก้ มาราโดน่า สุดยอดแข้งระดับตำนานผู้ที่ได้รับฉายา “หัตย์พระเจ้า” เขาเป็นแข้งที่สุดยอดในการเล่นฟุตบอล มีไม่กี่คนที่จะเล่นฟุตบอลได้แบบเขา เพราะเขาคือ “เสือเตี้ย” แห่งอาเจนไตน์

ดีเอโก้ มาราโดน่า

ในปี 1982 มาราโดน่า ได้เล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกโดยอาร์เจนติน่ามาในฐานะแชมป์เก่า นัดแรกพ่ายเบลเยี่ยมไป 0-1 ก่อนจะกลับมาชนะ อังการี และ เอลซาวาดอร์ ผ่านเข้ารอบไปได้ แต่ต้องไปแพ้ อิตาลี 1-2 ในรอบที่สอง ก่อนที่อิตาลีจะไปชนะ บราซิล 3-1 คว้าแชมป์โลกประจำปีนั้นไปครองนั้นคือฟุตบอลโลกครั้งแรกของมาราโดน่าหลังจากจบฟุตบอลโลก 1982
ที่สเปน

มาราโดน่าย้ายทีมจากโบคา จูเนี้ย มาเล่นให้บาเซโลน่า ในสเปนโดยการชักจูจาก หลุย เซซ่า มิน็อตติ ผู้จัดทีมชาวอาร์เจนติน่า และสามารถพาทีมคว้าแชมป์ สเปนนิส คิงส์คัพ และ แชมป์ คัพวินเนอร์คัพในปีแรกที่ย้ายเข้ามาแต่เขาก็ไม่ประสบความสำเร็จเพราะได้รับบาดเจ็บจากการทำร้ายอย่างหนักหน่วงของกองหลังในลีกสเปนถึงขั้นขาหัก

ปี 1984 บาร์เซโลน่า ตัดสินใจขายมาราโดน่าให้กับ นาโปลี ทีมชั้นในกัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ในราคา 220 ล้านบาทและเป็นสถิติโลกด้วยในตอนนั้น ซึ่งนาโปลี ต้องการความสามารถอันสุดยอดของมาราโดน่าก้าวมาอยู่แถวหน้าของประเทศให้ได้ 23 ก.ย. 1984 มาราโดน่าประเดิมสนามนัดแรกและเป็นที่ตื่นเต้นของแฟนบอลที่รอคอย มาราโดน่าเล่นได้ดีในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล แต่นาโปลีก็ยังอยู่ท้ายตารางแต่ครึ่งฤดูกาลหลัง มาราโดน่าโชว์ความสามารถทั้งยิงและจ่ายและเป็นทุกอย่างของทีม เขาทำได้ 14 ประตู ทำให้จบฤดูกาลแรกของเขา นาโปลีอยู่ที่อันดับ 8

ฤดูกาลต่อมา เขาก็ยังเล่นได้ดี แต่เขายิงน้อยกว่าปีแรก แต่ถึงกระนั้น มาราโดน่าได้กลายเป็นเทพเจ้าของชาวเมืองเนเปิ้ลส์ไปแล้วเพราะทีมเล่นได้สนุกสุดยอด ผิดกับทีมอืนๆในลีกที่เน้นแท็กติกอย่างเดียวปีที่สองของเขา ทีมจบอันดับที่ 3 “Hand of God” มือของพระเจ้า 1986

ฟุตบอลโลกปี 1986 ที่ประเทศเม็กซิโก เป็นฟุตบอลโลกของมาราโด้น่าอย่างแท้จริง
มาราโดน่าพาทีมเอาชนะ เยอรมันตะวันตก 3-2 คว้าแชมป์โลกครั้งที่ 2 ให้อาร์เจนติน่า
แต่นั้นมิใช้สิ่งคนกล่าวถึงมาราโดน่า แต่เป็น 2 ประตูที่มาราโดน่ายิงอังกฤษในรอบ 8 ทีมสุดท้ายประตูแรกมาราโดน่ากระโดดโหม่งลูกแย่งกับนายทวารที่สูงกว่าเขาเกือบ 1 ฟุตเป็นประตู
แต่หลังจากเกมจบไปแล้วเมื่อมาดูภาพช้าปรากฎว่าประตูนั้นมาราโดน่าใช้มือชกบอลเข้าประตูไป เมื่อนักข่าวถามเขาเขาบอก มันเป็นมือเล็กจากพระเจ้าที่จะช่วยให้อาร์เจนติน่าคว้าแชมป์โลกประตูนี้จึงถูกนักข่าวตั้งชื่อว่า แฮน ออฟ ก็อด หรือ มือของพระเจ้า

ประตูที่สวยที่สุดในรอบ 100 ปี ประตูที่สอง ในเกมนี้กลับดังยิ่งกว่าประตูนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นประตูที่สวยที่สุดในรอบ 100 ปี มาราโดน่าได้บอลในวงกลมกลางสนาม และเลี้ยงหลบผู้เล่นอัง 5 คน และเลี้ยงหลบนายทวาร เข้าไปยิ่งประตู ทามกลางความตื่นตะลึงของผู้เล่นอังกฤษและ คนดูที่ได้ชมโทรทัศน์ทั่วโลกกว่าพันล้านคนและผู้เล่นอังกฤษล้วนเป็นนักเตะที่ไม่ธรรมดาไล่ตั้งแต่ เกร็น ฮอดเดิ้ล, ปีเตอร์ รีด, เคนนี แซนซัม, เทอรี่ บุสเชอร์, เทอรี่ เฟนวิส และ ประตู ปีเตอร์ ชิลตัน เป็นเกมที่คนอังกฤษไม่มีวันลืมตลอดกาล

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ดีเอโก้ มาราโดน่า พระเจ้าและปิศาจในร่างเดียว (ตอนที่ 1)

ความสามารถของ ดีเอโก้ มาราโดน่า ถูกจับตามองมาตั้งแต่วัยเด็ก ช่วงที่เขาอายุ 16 ปี เป็นช่วงที่ลงเล่นให้กับอาร์เจนติโนส จูเนียร์ส ทีมในลีก อาร์เจนติน่า

เดียโก มาราโดนา

ดีเอโก้ มาราโดน่า สุดยอดตำนานของ อาร์เจนติน่า เขาทำผลงานได้โดดเด่นเกินวัย ทั้งยิงทั้งจ่าย โดยตำแหน่งในการเล่นของเขา โดยหลักแล้วจะเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกหรือไม่ก็ลงเล่นเป็นกองหน้าตัวต่ำแม้ว่าเขาจะมีส่วนสูงเพียง 165 ซม. ก็ตามจนมีเสียงเรียกร้องให้เขาควรจะติดทีมชาติไปเล่นฟุตบอลโลก 1978 แต่ครั้งนั้นเมน็อตติ กุนซือทีมชาติคงมองว่ายังไม่ถึงเวลา

4 ปีต่อมา มาราโดน่า ติดทีมไปเล่นฟุตบอลโลกที่อิตาลีเขาทำสองประตูในเกมกับฮังการี ช่วยให้ทีมชนะ 4-1 ในเกมนั้นเขาเล่นได้ยอดเยี่ยมจนพาทีมผ่านรอบแรกไปได้แต่รอบต่อมาเส้นทางของเขาก็หยุดลงเพียงเท่านี้เมื่อต้องพบกับบราซิลที่นำทัพโดยซิโก้ บราซิลนำก่อนถึง 3-0 หลังจากนั้นมาราโดน่าโดนไล่ออกจากสนามปิดฉากเส้นทางบนฟุตบอลโลกของเขาไว้เพียงเท่านี้แต่ผลงานของเขาทำให้ยักษ์ใหญ่ในยุโรปอย่าง บาร์เซโลน่า ทุ่มเงินคว้าตัวไปร่วมทีม

ที่บาร์ซ่า เขาเล่นได้ดีในระดับหนึ่งแต่ยังไม่ถึงจุดที่ผู้คนคาดหวังในรายการใหญ่ ความสำเร็จเดียวที่เขาช่วยให้ทีมได้รับ คือแชมป์โคปา เดล เรย์ ในปี 1983 สิ่งที่ผู้คนจำได้มากที่สุดกับมาราโดน่าในสีเสื้อเลือดหมูของบาร์ซ่าคงเป็นเหตุการณ์หลังจบเกมนัดชิงโคปา เดล เรย์ ปี 1984 (บาร์ซ่าแพ้ 0-1) ที่เขาเปิดสงครามไล่กระทืบกับผู้เล่นบิลเบา เป็นเหตุการณ์ที่ชุลมุนวุ่นวายเหล่าผู้เล่นรวมถึงสตาฟฟ์ โค้ชต่างวิ่งลงมาในสนาม บ้างก็คอยห้ามศึกบ้างก็วิ่งไล่ต่อยตีกับฝั่งตรงข้าม หลังเสร็จสิ้นสงครามในครั้งนั้นมาราโดน่าถูกแบนห้ามลงเล่น 3 เดือน เมื่อผลออกมาเป็นแบบนี้บวกกับข้อเสนอก้อนโตที่เข้ามาจากนาโปลี ทีมในกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ที่ต้องการดึงตัวเขาไปร่วมทีม ทำให้เขาตัดสินใจย้ายไปเล่นที่นั่น

ในช่วงแรก ๆ ที่เขาเพิ่งมาร่วมทีมนาโปลีเป็นเพียงทีมกลางตารางค่อนไปทางล่างเลยด้วยซ้ำแต่มาราโดน่าก็ทำผลงานได้ดี เขาเป็นดาวซัลโวของทีมในฤดูกาลแรกและช่วยให้ทีมจบฤดูกาลในบอลลีกในอันดับที่ 8

ฤดูกาลต่อมา จากทีมกลางตารางได้เริ่มเปลี่ยนรูปแบบการเล่นนาโปลีเป็นทีมที่เล่นฟุตบอลได้ตื่นเต้นเร้าใจ ทั้งที่ลีกกัลโช่ในตอนนั้นเป็นลีกที่เน้นเกมรับล้วน ๆ แต่ดูเหมือนว่ามาราโดน่าจะเพิ่มแรงกระตุ้นและทำให้ทุกคนในทีมกลายเป็นผู้เล่นที่เก่งขึ้นกว่าปกติ เมื่อจบฤดูกาล เขายังคงเป็นดาวซัลโวของทีมเหมือนเดิมแต่สิ่งที่พิเศษมากขึ้นคือ นาโปลีก้าวกระโดดขึ้นมาอยู่ที่
อันดับ 3 หลังเสร็จสิ้นฤดูกาล มาราโดน่า ในวัย 25 ปี ถูกเรียกไปติดทีมชาติอาร์เจนติน่า ชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 1986 และในครั้งนี้เขาไปรับใช้ชาติในฐานะกัปตันทีม

ติดตามตอนต่อไป

แฟนบอลทุกท่านสามารถติดตาม ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล จากเพจพวกเราได้ เพียงแค่ ติดตาม กดไลค์ กดแชร์ เพจพวกเราไว้ เท่านี้ก็จะไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ จากเพจของพวกเราอย่างแน่นอน

มีเงื่อนงำ! สื่อฟ้าขาวอ้างเสือเตี้ยผลักดันฟีฟ่าแบนเมสซี

นักข่าวชาวอาร์เจนไตน์อ้างข้อมูลจากวงในว่า เสือเตี้ย คือคนที่สนับสนุนให้ฟีฟ่าสั่งแบน ลิโอเนล เมสซี 4 เกม

เดียโก มาราโดนา

กอนซา สตูเปเนนโก้ นักข่าวชาว อาร์เจนตินา อ้างข้อมูลจากวงในว่า ดิเอโก้ มาราโดนา  เสือเตี้ยอาร์เจนไตน์ที่ปัจจุบันรับหน้าที่เป็นทูตของสหพันธ์ลูกหนังนานาชาติ คือคนผลักดันให้แบน ลิโอเนล เมสซี 4 เกม

ทีมฟ้าขาวได้รับข่าวร้ายก่อนเกมบุกแพ้โบลิเวีย 2-0 ไม่กี่ชั่วโมง เมื่อฟีฟ่าประกาศลงโทษแบนสตาร์ บาร์เซโลนา ถึง 4 เกม ฐานใช้คำหยาบดูหมิ่นผู้ช่วยผู้ตัดสินในเกมคัดบอลโลกกับชิลีในนัดก่อน

ล่าสุดผู้สื่อข่าวชาวอาร์เจนไตน์รายนี้อ้างว่าเสือเตี้ยคือคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้หลังจากได้คุยกับคนวงในองค์กรลูกหนังโลก
“ผมได้คุยกับลูกชายของเจ้าหน้าที่ชาวอาร์เจนตินาที่ทำงานในฟีฟ่า เขายืนยันว่ามาราโดนาคือคนผลักดันให้ลงโทษเมสซี” สตูเปเนนโก้ โพสต์ข้อความทวิตเตอร์

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม ให้กดไปที่ลิ้งค์นี้ได้เลยนะจ๊ะ Royalsports99

เว็บไซต์เรามีวิดีโอสำหรับกองหน้าจอมพริ้ว เสือเตี้ย เดียโก มาราโดนา แนะนำด้วยนะ รู้ยัง! กดเบาๆ นะจ๊ะ