เอาเรื่อง! มาราโดนา จ่อฟ้องโคนามิใช้รูปใน PES 2017

ดิเอโก้ มาราโดนา ตำนานลูกหนังอาร์เจนไตน์ เตรียมฟ้องบริษัทพัฒนาเกมชื่อดังของญี่ปุ่น หลังพบตัวเองกลายเป็นตัวละครในเกมโดยไม่รู้ตัว

เดียโก มาราโดนา

ดิเอโก้ มาราโดนา ตำนานแนวรุกทีมชาติ อาร์เจนตินา เตรียมฟ้องร้อง โคนามิ บริษัทและผู้พัฒนาวิดีโอเกมชื่อดังของญี่ปุ่น ฐานละเมิดลิขสิทธิ์หลังพบว่ามีการนำภาพของตนมาอยู่ในเกม Pro Evolution Soccer 2017 หรือ PES 2017 เกมแนววางแผนฟุตบอลยอดนิยม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าตัว

สุดยอดนักเตะวัย 56 กะรัต ได้โพสต์ภาพ ตัวอย่างเกม ซึ่งเป็นภาพเสมือนของเขาอยู่ภายในโหมดตัวละครลับ ของเกม PES เวอร์ชันล่าสุด โดยที่เจ้าตัวยังไม่ได้อนุญาตหรือพูดคุยเรื่องลิขสิทธิ์ใดๆ รวมถึงโพสต์ข้อความว่า ในเร็วๆนี้ทนายส่วนตัวของเขาอย่าง มาติอัส มอร์ลา
จะดำเนินการทางกฎหมายกับบริษัทผู้พัฒนาเกม ผ่านทางเฟซบุ๊กสื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยมเมื่อคืนที่ผ่านมา

อัจฉริยะลูกหนัง! ‘มาราโดน่า’ แข้งอาเจนไตน์ที่ได้รับการยกย่องตลอดกาล

ดีเอโก้ มาราโดน่า สุดยอดแข้งระดับโลกที่โด่งดังในวงการลูกหนัง เสือเตี้ย ได้รับการยกย่องว่าเป็นแข้งอาเจนไตน์ที่มีสไตล์การเล่นที่โดดเด่นที่สุดในยุคนั้น

มาราโดน่า อัจฉริยะลูกหนังชาว อาร์เจนติน่า ผู้ถูกยกย่องให้เป็นนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาลคนห
นึ่ง ทำประตูที่อาจจะสวยที่สุดในประวัติศาสตร์ ในปีที่เขาพาทีมคว้าแชมป์โลก

ดีเอโก้ มาราโดน่า

มาราโดน่า กลายเป็นโค้ชของอาร์เจนตินาในเดือนพฤศจิกายน 2551 เขาอยู่ในความดูแลของทีมในฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ก่อนออกเดินทางเมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน เขาเป็นโค้ชสโมสรAl Wasl จากดูไบที่UAE Pro-Leagueสำหรับฤดูกาล 2011-12 ในเดือนสิงหาคม 2013 Maradona ได้เข้าร่วมทีมอาร์เจนตินาPrimera D Club Deportivo Riestraในฐานะ “โค้ชจิตวิญญาณ”

ยังมีอะไรเกี่ยวกับดิเอโก้ มาราโดนา ที่ไม่เคยมีใครพูดถึงอีกบ้าง? ชายผู้เป็นที่รู้จักดีในทักษะการเลี้ยงบอลอันเอกอุ วิสัยทัศน์เฉียบขาดจ่ายบอลครองบอลได้ชวนตะลึงแข้งอาร์เจนไตน์ถูกยกให้เป้นหนึ่งในผู้เล่นทักษะดีที่สุดเท่าที่โลกฟุตบอลเคยมีมา

กองหน้ามหาประลัยเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับอาร์เจนติโนส จูเนียร์ ก่อนวันเกิดอายุ 16 เล็กน้อย อีกแค่ปีเดียวเจ้าหนูมาราโดนาก็ถูกเรียกตัวติดทีมชาติอาร์เจนติน่าในเกมพบฮังการี และนั่นคือจุดเริ่มต้นของยุค เอล ดิเอโก้ ครองโลก

มาราโดน่า ลงเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายถึงสี่ครั้งและครั้งที่น่าจดจำที่สุดคงหนีไม่พ้นในปี 1986 ที่ยอดกองหน้าผู้นี้สวมปลอกแขนกัปตันพาทีมฟ้าขาวลุยเม็กซิโกปราบเยอรมันตะวันตกในนัดชิงชนะเลิศ เหตุการณ์หนึ่งในรายการนั้นคือประตูที่แฟนฟุตบอลต่างยกให้เป็นประตูที่สวยที่สุดในเกมฟุตบอลตลอดกาลประตูหนึ่งจนถึงทุกวันนี้

ในรอบแปดทีมสุดท้ายที่พบกับอังกฤษ เสือเตี้ย แสดงความสามารถอันเกินจินตนาการด้วยการฉีกแนวรับอังกฤษทั้งแผงด้วยตัวคนเดียว เขารับบอลในแดนตัวเอง แล้วเลี้ยงไปกว่าครึ่งสนาม
ประกาศศักดาความแข็งแกร่งจากข้างในด้วยการเลื้อยผ่านผู้เล่นอังกฤษห้าคนแล้วส่งบอลเข้าประตู บันดาลชัยให้ฟ้าขาวได้สำเร็จ

ประตูแรกของเขาในเกมนี้ที่รู้จักกันในนาม “หัตถ์พระเจ้า” อาจจะอื้อฉาว แต่อย่างน้อย ลูกที่สองนี้ก็ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงและโห่ร้องมันกลายเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนจดจำแฟนฟุตบอลทุกยุคทุกสมัยต่างให้การยอมรับประตูนี้

ในฟุตบอลนั้น เช่นเดียวกับการโกนหนวด ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด วัดกันที่ความแม่นยำเมื่อรายละเอียดที่เล็กที่สุด อาจหมายถึงผลแพ้-ชนะความแข็งแกร่งทั้งจิตใจและร่างกายคือสิ่งจำเป็น – นี่คือช่วงเวลาแห่งความแข็งแกร่งจากข้างใน สำหรับแฟนฟตบอลที่มีความแข็งแกร่งจากข้างใน
จิตใจขับเคลื่อนด้วยความปราถนาแรงกล้า ยิลเลตต์ขอเสนอมีดโกนรุ่นพิเศษทีมชาติ
บราซิล – วางจำหน่ายแล้วทั่วประเทศ เฉพาะช่วงเวลานี้เท่านั้น

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ดีเอโก้ มาราโดน่า พระเจ้าและปิศาจในร่างเดียว (ตอนที่ 2)

ดีเอโก้ มาราโดน่า ที่นำขุนพลของอาร์เจนติน่าชุดนั้น กับแข้งในทีมอย่าง ฮอร์เก้ วัลดาโน่, ฮอร์เก้ บูร์รูชาก้า และดาเนี่ยล พาสซาเรลล่า โดยภารกิจแรกที่พวกเขาต้องทำคือการผ่านรอบแรก ที่มีคู่แข่งร่วมสายเป็นอิตาลี บัลแกเรีย และเกาหลีใต้

ดีเอโก้ มาราโดน่า

ดีเอโก้ มาราโดน่า นำทีม อาร์เจนติน่า เปิดสนามด้วยการเอาชนะเกาหลีใต้ 3-1 จากสองประตูของวัลดาโน่ บวกอีกหนึ่งจากรุจเจอรี่ นัดต่อมาพบกับอิตาลี ผลจบลงด้วยสกอร์ 1-1 โดยอิตาลีนำก่อน แต่มาได้มาราโดน่ายิงตีเสมอ ช่วยแบ่งแต้มจากแชมป์เก่า ส่วนในนัดสุดท้าย ขุนพลฟ้าขาวเอาชนะบัลแกเรีย 2-0 จากประตูของวัลดาโน่และบูร์รูชาก้า ช่วยให้ทีมผ่านเข้าสู่รอบ 16
ทีมสุดท้ายด้วยตำแหน่งแชมป์กลุ่มเอ

ทีมฟ้าขาวเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายมาพบกับจอมโหด อุรุกวัย ที่มีจอมทัพตัวเก่งอย่างเอ็นโซ่ ฟรานเชสโคลี่ ทั้งสองทีมสู้กันได้อย่างสูสี ก่อนที่เปรโดร ปาสคุลลี่ จะยิงประตูให้อาร์เจนติน่าขึ้นนำ 1-0 ในช่วงท้ายครึ่งแรกแล้วก็เป็นประตูชัยช่วยให้ทีมผ่านเข้ารอบไปด้วยสกอร์นี้
ซึ่งในรอบต่อไปพวกเขาจะเจอกับอังกฤษ ที่กำลังทำผลงานได้ร้อนแรง โดยเฉพาะแกรี่ ลินิเกอร์ ที่ตอนนี้ทำไปแล้ว 5 ประตู

เกมในรอบ 8 ทีมสุดท้ายระหว่างอาร์เจนติน่ากับอังกฤษ ทำการแข่งขันกันที่สนามเอสตาดิโอ อัซเตก้า ในกรุงเม็กซิโก ซิตี้ มีผู้ชมเข้ามาชมเกมในนัดนี้มากกว่าหนึ่งแสนคนเพื่อชมการพบกันของสองทีมยักษ์ใหญ่ของวงการลูกหนังโลก โดยเกมในครึ่งแรกต่างฝ่ายต่างบุกกันอย่างไม่ผลีผลามมากนักครึ่งแรกเลยยังไม่มีการทำประตูเกิดขึ้น

จนกระทั่งในครึ่งหลัง ในนาที 51 ประตูที่อื้อฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลได้เกิดขึ้น
เมื่อมาราโดน่า กระโดดใช้มือปัดบอลเข้าประตูให้อาร์เจนติน่าขึ้นนำ 1-0 และอีกแค่ 4
นาทีถัดจากนั้น อาร์เจนติน่าหนีห่างเป็น 2-0 เมื่อมาราโดน่าลากบอลจากครึ่งสนามหลบ
ผู้เล่นคนแล้วคนเล่าของอังกฤษ รวมถึงแตะหลบชิลตัน ผู้รักษาประตูเข้าไปยิงอย่างเลือดเย็น
ผู้คนในวงการฟุตบอลต่างพากันยกย่องว่านี่คือประตูแห่งศตวรรษ ถึงแม้ในช่วงท้ายเกม อังกฤษจะยิงไล่ขึ้นมา 1 ประตูจากลินิเกอร์ (ประตูที่ 6 ในรายการ) แต่ก็ไล่ไม่ทัน จบเกมอาร์เจนติน่าเอาชนะอังกฤษ 2-1 เข้าไปพบกับเบลเยี่ยม ในรอบรองชนะเลิศ

หลังเกมนั้น มาราโดน่า ต้องเจอกับคำสาปแช่งและเสียงก่นด่าจากผู้คนทั่วโลก
โดยเฉพาะคนอังกฤษเพราะทีมในชุดนั้นมีโอกาสไม่น้อยที่จะคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ
พวกเขาตั้งความหวังไว้สูงแต่ถูกประตูที่ชาวอาร์เจนไตน์ขนานนามว่าหัตถ์พระเจ้าทำประตูส่งผลให้อังกฤษต้องตกรอบ แต่สำหรับชาวอังกฤษแล้ว มันคือหัตถ์ของปิศาจ

ในเกมรอบรอบชนะเลิศ อาร์เจนติน่าเหนือกว่าพอสมควร และนี่เป็นอีกเกมที่มาราโดน่าทำผลงานให้โลกต้องตะลึง เขาทำสองประตูในเกมนี้ให้ขุนพลฟ้าขาวเอาชนะไปได้ 2-0 โดนเฉพาะในลูกที่สองเขาได้โชว์ลีลาเลี้ยงบอลลุยเดี่ยวจากนอกกรอบเขตโทษเข้าไปทำประตู
ผลงานในเกมนี้ยิ่งทำให้เขาถูกแฟนบอลเชิดชูเพิ่มขึ้นไปอีก

นัดชิงชนะเลิศ มาราโดน่าจะต้องนำทีมพบกับเยอรมันตะวันตกที่มีขุนพลคนสำคัญนำโดยรุมเมนิกเก้, มัทเธอุส และโฟลเลอร์ นี่เป็นหนึ่งในเกมนัดชิงฟุตบอลโลกที่ทั้งสองทีมสู้กันได้ยอดเยี่ยมที่สุดอาร์เจนติน่าขึ้นนำก่อน 2-0 จากบราวน์กับวัลดาโน่ แต่ตัวสำรองทีเด็ดที่เบ็คเค่นบาวเออร์ กุนซืออินทรีเหล็กส่งลงสนามก็คือเฮอเนสส์ เป็นจุดเปลี่ยนที่มีส่วนช่วยให้ทีมได้สองประตู ซึ่งทั้งสองลูกมาจากลูกเตะมุมเยอรมันไล่ตีเสมออาร์เจนติน่าได้ในนาทีที่ 80
แต่ทว่าความย่ามใจของผู้เล่นเยอรมัน ที่ดันแนวรับขึ้นสูงเกินไป ทำให้มาราโดน่า
ได้โอกาสจ่ายบอลจากกลางสนาม บอลเรียดทะลุแนวรับเยอรมันทั้งแผงให้บูร์รูชาก้าหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงประตูชัย อาร์เจนติน่า เอาชนะ เยอรมันตะวันตก 3-2 คว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่สองไปครอง อีกทั้งส่งผลให้มาราโดน่าได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของรายการแบบไร้คู่แข่ง

มาราโดน่าและขุนพลฟ้าขาวคนอื่น ๆ ในทีมนำถ้วยแชมป์โลกกลับไปฉลองที่ประเทศบ้านเกิดเหล่าฝูงชนต่างพากันเข้ามาร่วมฉลองกับการคว้าแชมป์โลกในครั้งนี้นับหมื่นคนทั่วท้องถนน เสียงแตรดังระงมรูปของมาราโดน่าถูกแฟนบอลจำนวนไม่น้อยพกติดตัวมาชูขึ้นเหนือหัว
พวกเขายกย่องเทิดทูนผู้เล่นคนสำคัญของทีมอย่างดีเอโก้ มาราโดน่าราวกับเป็นพระเจ้าผู้อยู่สูงสุดบนโลกใบนี้

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

เสือเตี้ยเอาจริง! ดีเอโก้ มาราโดน่า จ่อฟ้องโคนามิบริษัทเกมชื่อดัง และพร้อมคุมทีมอีกครั้ง

ดีเอโก้ มาราโดน่า ชื่อนี้ก็คงไม่มีใครไม่รู้จักกับตำนานของลูกหนังอาร์เจติน่าชื่อดังก้องโลกที่ฝากผลงานไว้อย่างน่าประทับใจจนยากหาตัวจับได้ยากซึ่งได้มาเป็นข่าวคราวอีกครั้ง

ดีเอโก้ มาราโดน่า

ดีเอโก้ มาราโดน่า นักเตะวัย 56 ได้ออกมาโพสต์ภาพตัวอย่างของเกมซึ่งเป็นภาพเหมือนมาราโดน่าในวัยยังหนุ่มเป็นหนึ่งในตัวละครของ PES ของบริษัท KONAMI เวอร์ชั่นล่าสุด สร้างความรู้สึกที่ไม่ค่อยเป็นที่พอใจสักเท่าไรเพราะตนเองยังไม่ได้อนุญาตให้นำรูปมาใช้ในเกมหรือยังไม่ได้รับการติดต่อเพื่อพูดคุยเรื่องลิขสิทธิ์ใด ๆ พร้อมทั้งได้ระบุว่า ทนายส่วนตัวของมาราโดน่านั้นคือ มาติอัส มอร์ลา
พร้อมที่จะดำเนินการทางกฎหมายกับบริษัทเกมในครั้งนี้ ทั้งนี้การนำรูปของมาราโดน่า นำมาทำเป็นเกมฟุตบอลซึ่งเป็นภาพเสมือนจริง จึงสร้างความไม่พอใจและได้ออกมาประกาศกร้าวและจะดำเนินการตามกฎหมายในส่วนของทนายที่ได้รับคำสั่งให้รีบติดตามคาดว่าน่าจะฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์ซึ่งก็ต้องรอดูว่าผลการเจรจานั้นเป็นอย่างไรระหว่างเขากับบริษัทพัฒนาเกมจากประเทศญี่ปุ่น

เสือเตี้ยที่ยอมรับกลับมาคุมทีมให้กับสโมสรในลีกยูเออีอีกครั้งหลังจากที่ห่างหายของการคุมทีมเมื่อปี 2012 ซึ่งเขาได้เป็นตำนานของลูกหนัง อาร์เจนติน่า โดยการกลับมาครั้งนี้เขาได้กลับมาในฐานนะผู้คุมทีมของ อัล-ฟูญาอิรอฮ์ สโมสรในลีกดิวิชั่นสองของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ซึ่งได้ประกาศและชูเสื้ออย่างเป็นทางการแล้ว ต้องยอมรับว่า มาราโดน่าเขาได้ห่างหายจากการคุมทีมเพราะถูกสั่งปลดออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนกรกฎาคมเมื่อปี 2012 ทั้งนี้เจ้าตัวได้ออกมายืนยันผ่านการโพสต์เฟสบุ๊คว่ามีความพร้อมอย่างมากและตอนนี้ตนเองมีฐานะการเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของ อัล-ฟูญาอิรอฮ์ เอสซี เป็นทีมในลีกดิวิชั่นสองของยูเออี โดยถือเป็นทีมที่ 5 ของการรับทำหน้าที่ของการเป็นผู้จัดการทีมของมาราโดน่าซึ่งเขานั้นได้ผ่านการคุมทีมอย่าง มานดิยู เด คอเรียนเตส, อัล วาเซิล , ราซิงคลับ ,อาร์เจนตินา และล่าสุดคือ อัล-ฟูญาอิรอฮ์ เอสซี

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่สนใจ ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล ข่าวกีฬาอื่นๆ เพิ่มเติมจากทางเรา ง่ายๆ เพียงท่านติดตาม กดไลค์ กดแชร์ เพจพวกเรา เท่านี้ ท่านก็จะไม่พลาดข่าวสารวงการกีฬามากมาย อ่านทั้งวันก็ไม่หมด รับรองถูกใจคอบอลอย่างแน่นอน

ดีเอโก้ มาราโดน่า พระเจ้าและปิศาจในร่างเดียว (ตอนที่ 1)

ความสามารถของ ดีเอโก้ มาราโดน่า ถูกจับตามองมาตั้งแต่วัยเด็ก ช่วงที่เขาอายุ 16 ปี เป็นช่วงที่ลงเล่นให้กับอาร์เจนติโนส จูเนียร์ส ทีมในลีก อาร์เจนติน่า

เดียโก มาราโดนา

ดีเอโก้ มาราโดน่า สุดยอดตำนานของ อาร์เจนติน่า เขาทำผลงานได้โดดเด่นเกินวัย ทั้งยิงทั้งจ่าย โดยตำแหน่งในการเล่นของเขา โดยหลักแล้วจะเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกหรือไม่ก็ลงเล่นเป็นกองหน้าตัวต่ำแม้ว่าเขาจะมีส่วนสูงเพียง 165 ซม. ก็ตามจนมีเสียงเรียกร้องให้เขาควรจะติดทีมชาติไปเล่นฟุตบอลโลก 1978 แต่ครั้งนั้นเมน็อตติ กุนซือทีมชาติคงมองว่ายังไม่ถึงเวลา

4 ปีต่อมา มาราโดน่า ติดทีมไปเล่นฟุตบอลโลกที่อิตาลีเขาทำสองประตูในเกมกับฮังการี ช่วยให้ทีมชนะ 4-1 ในเกมนั้นเขาเล่นได้ยอดเยี่ยมจนพาทีมผ่านรอบแรกไปได้แต่รอบต่อมาเส้นทางของเขาก็หยุดลงเพียงเท่านี้เมื่อต้องพบกับบราซิลที่นำทัพโดยซิโก้ บราซิลนำก่อนถึง 3-0 หลังจากนั้นมาราโดน่าโดนไล่ออกจากสนามปิดฉากเส้นทางบนฟุตบอลโลกของเขาไว้เพียงเท่านี้แต่ผลงานของเขาทำให้ยักษ์ใหญ่ในยุโรปอย่าง บาร์เซโลน่า ทุ่มเงินคว้าตัวไปร่วมทีม

ที่บาร์ซ่า เขาเล่นได้ดีในระดับหนึ่งแต่ยังไม่ถึงจุดที่ผู้คนคาดหวังในรายการใหญ่ ความสำเร็จเดียวที่เขาช่วยให้ทีมได้รับ คือแชมป์โคปา เดล เรย์ ในปี 1983 สิ่งที่ผู้คนจำได้มากที่สุดกับมาราโดน่าในสีเสื้อเลือดหมูของบาร์ซ่าคงเป็นเหตุการณ์หลังจบเกมนัดชิงโคปา เดล เรย์ ปี 1984 (บาร์ซ่าแพ้ 0-1) ที่เขาเปิดสงครามไล่กระทืบกับผู้เล่นบิลเบา เป็นเหตุการณ์ที่ชุลมุนวุ่นวายเหล่าผู้เล่นรวมถึงสตาฟฟ์ โค้ชต่างวิ่งลงมาในสนาม บ้างก็คอยห้ามศึกบ้างก็วิ่งไล่ต่อยตีกับฝั่งตรงข้าม หลังเสร็จสิ้นสงครามในครั้งนั้นมาราโดน่าถูกแบนห้ามลงเล่น 3 เดือน เมื่อผลออกมาเป็นแบบนี้บวกกับข้อเสนอก้อนโตที่เข้ามาจากนาโปลี ทีมในกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ที่ต้องการดึงตัวเขาไปร่วมทีม ทำให้เขาตัดสินใจย้ายไปเล่นที่นั่น

ในช่วงแรก ๆ ที่เขาเพิ่งมาร่วมทีมนาโปลีเป็นเพียงทีมกลางตารางค่อนไปทางล่างเลยด้วยซ้ำแต่มาราโดน่าก็ทำผลงานได้ดี เขาเป็นดาวซัลโวของทีมในฤดูกาลแรกและช่วยให้ทีมจบฤดูกาลในบอลลีกในอันดับที่ 8

ฤดูกาลต่อมา จากทีมกลางตารางได้เริ่มเปลี่ยนรูปแบบการเล่นนาโปลีเป็นทีมที่เล่นฟุตบอลได้ตื่นเต้นเร้าใจ ทั้งที่ลีกกัลโช่ในตอนนั้นเป็นลีกที่เน้นเกมรับล้วน ๆ แต่ดูเหมือนว่ามาราโดน่าจะเพิ่มแรงกระตุ้นและทำให้ทุกคนในทีมกลายเป็นผู้เล่นที่เก่งขึ้นกว่าปกติ เมื่อจบฤดูกาล เขายังคงเป็นดาวซัลโวของทีมเหมือนเดิมแต่สิ่งที่พิเศษมากขึ้นคือ นาโปลีก้าวกระโดดขึ้นมาอยู่ที่
อันดับ 3 หลังเสร็จสิ้นฤดูกาล มาราโดน่า ในวัย 25 ปี ถูกเรียกไปติดทีมชาติอาร์เจนติน่า ชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 1986 และในครั้งนี้เขาไปรับใช้ชาติในฐานะกัปตันทีม

ติดตามตอนต่อไป

แฟนบอลทุกท่านสามารถติดตาม ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล จากเพจพวกเราได้ เพียงแค่ ติดตาม กดไลค์ กดแชร์ เพจพวกเราไว้ เท่านี้ก็จะไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ จากเพจของพวกเราอย่างแน่นอน

มีเงื่อนงำ! สื่อฟ้าขาวอ้างเสือเตี้ยผลักดันฟีฟ่าแบนเมสซี

นักข่าวชาวอาร์เจนไตน์อ้างข้อมูลจากวงในว่า เสือเตี้ย คือคนที่สนับสนุนให้ฟีฟ่าสั่งแบน ลิโอเนล เมสซี 4 เกม

เดียโก มาราโดนา

กอนซา สตูเปเนนโก้ นักข่าวชาว อาร์เจนตินา อ้างข้อมูลจากวงในว่า ดิเอโก้ มาราโดนา  เสือเตี้ยอาร์เจนไตน์ที่ปัจจุบันรับหน้าที่เป็นทูตของสหพันธ์ลูกหนังนานาชาติ คือคนผลักดันให้แบน ลิโอเนล เมสซี 4 เกม

ทีมฟ้าขาวได้รับข่าวร้ายก่อนเกมบุกแพ้โบลิเวีย 2-0 ไม่กี่ชั่วโมง เมื่อฟีฟ่าประกาศลงโทษแบนสตาร์ บาร์เซโลนา ถึง 4 เกม ฐานใช้คำหยาบดูหมิ่นผู้ช่วยผู้ตัดสินในเกมคัดบอลโลกกับชิลีในนัดก่อน

ล่าสุดผู้สื่อข่าวชาวอาร์เจนไตน์รายนี้อ้างว่าเสือเตี้ยคือคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้หลังจากได้คุยกับคนวงในองค์กรลูกหนังโลก
“ผมได้คุยกับลูกชายของเจ้าหน้าที่ชาวอาร์เจนตินาที่ทำงานในฟีฟ่า เขายืนยันว่ามาราโดนาคือคนผลักดันให้ลงโทษเมสซี” สตูเปเนนโก้ โพสต์ข้อความทวิตเตอร์

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม ให้กดไปที่ลิ้งค์นี้ได้เลยนะจ๊ะ Royalsports99

เว็บไซต์เรามีวิดีโอสำหรับกองหน้าจอมพริ้ว เสือเตี้ย เดียโก มาราโดนา แนะนำด้วยนะ รู้ยัง! กดเบาๆ นะจ๊ะ